วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

13/12/2013

13/12/2013

1กำลังให้ทำแบบล่าง
2ทำโครงงานเรืองไฟฟ่าสภิต



     โครงงาน  
                                            ไฟฟ้าสถิต
                                                                                                                        
                          (  electrostatic    )


                                        ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา  คุณครู  พิมพา ชัยมา  


  1.เด็กชาย   พิเชฐ      ชูเสียง            ชั้น ม.3/2           รหัสประจำตัว36071  
  2.เด็กชาย  ไชยวัฒน์ นิลการเกตุ     ชั้น ม3/2.           รหัสประจำตัว35810
  3.เด็กหญิง  กมลชนก   อินทแพทย์  ชั้น ม3/2            รหัสประจำตัว35602
  4.เด็กหญิง  เพ็ญพิชชา    ตุลา         ชั้น ม.3/2            รหัสประจำตัว32004
  5.เด็กชาย   ชลดา   อร่ามรัตนพันธุ์  ชั้น ม.3/2            รหัสประจำตัว37360
   6. เด็กชาย  วัชรากร     สมมี                ชั้น ม.3/2         รหัสประจำตัว36107
ที่มาและความสำคัญ 
ฟฟ้าสถิตนั้นเกิดขึ่นได้อย่างไรแล้วใกล้ตัวเรามากจึงอย่ากทดลองอย่างง่ายๆ
       
วัตถุประสงค์ของโครงงาน                                                                                                   
วิธีการดำเนินการ


1คิดหํวข้อ



2.คิดการทดลอง


3.ทดลอง
4.สรุปผลการทดลอง                                             
ระยะเวลาปฏิบัติงาน (เดือนที่)                         


1.สิงหาคม
2.กันยายน
3ตุลาคม


1 ค้นคว้าหาข้อมูล    
   รวดเร็ว ทำให้เกิดเปลวไฟ




หมายเหตุ *ให้นักเรียนวางแผนการทำโครงงาน


ตามขั้นตอนวิธีการดำเนินการ
1หาข้อมูล
2 ตั่งประเด็น
3.ทดลอง
4สรุป
ผลที่คาดว่าจะได้รับ


1.ลูกโป่งสามารถมีไฟฟาสถิตได้


เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม
1.หนังสือวิทยาสตร์ ม1-2





ข้อควรพิจารณาในการทำโครงงานนอกจากการเลือกเรื่องที่นักเรียนสนใจแล้


วควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้


1. มีความปลอดภัยในการทำงาน ไม่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของตนเอง


ขั้นตอน วิธีการทำโครงงานที่ปลอดภัย


การเก็บตัวอย่างหรือการเก็บข้อมูลที่สะดวก


2. ใช้งบประมาณเหมาะสม ไม่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป


(ควรปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน)


3. มีความเป็นไปได้ที่จะทำโครงงานสำเร็จ


(คาดว่าจะสามารถสรุปผลการทดลองตามสมมุติฐานได้


ซึ่งอาจจะสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับสมมุติฐาน

ควรปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน)

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556


หนึ่ง นิลการเกตุ


ชื่อ ไชยวัฒน์   นามสกุล นิลการเกตุ

ม.3/2เลขที่20

ชอบกินขนม ชอนสีเขียว.ฟ่า.  
ไมชอบสีดำ
  อาหารที่ชอบ
ข้าวพัดกระเพรา
นิสัย
ดี
มีนำ้ใจ

มีความสนใจด้าน อาหาร

มีความสามารถพิเศษทำอาหารอาหารอร้อย

อาชิพที่สนใจ   เชพ

chaiwat ninkaraget



















วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตรรกะ

ตรรกะ


ความตรึก ความคิด
[ตักกะ] (แบบ) น. ความตรึก ความคิด. (ส. ตรฺก ป. ตกฺก).
ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน

ตรรกศาสตร์และการให้เหตุผล
     ตรรกศาสตร์เป็นวิชาแขนงหนึ่งที่มีการศึกษาและพัฒนามาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ คำว่า    "ตรรกศาสตร์"   มาจากภาษาสันสกฤตว่า "ตรฺก"  (หมายถึง การตรึกตรอง หรือความคิด)  รวมกับ    "ศาสตร์" (หมายถึง ระบบความรู้)  ดังนั้น  "ตรรกศาสตร์ จึงหมายถึง ระบบวิชาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับความคิด"  โดยความคิดที่ว่านี้ เป็นความคิดที่เกี่ยวข้องกับการให้เหตุผล มีกฏเกณฑ์ของการใช้เหตุผลอย่างสมเหตุสมผล  นักปราชญ์สมัยโบราณได้ศึกษาเกี่ยวกับการให้เหตุผล แต่ยังเป็นการศึกษาที่ไม่เป็นระบบ จนกระทั่งมาในสมัยของอริสโตเติล ได้ทำการศึกษาและพัฒนาตรรกศาสตร์ให้มีระบบยิ่งขึ้น  มีการจัดประเภทของการให้เหตุผลเป็นรูปแบบต่าง ๆ  ซึ่งเป็นแบบฉบับของการศึกษาตรรกศาสตร์ในสมัยต่อมา  เนื่องจากตรรกศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยกฏเกณฑ์ของการใช้เหตุผล  จึงเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาในศาสตร์อื่น ๆ  เช่น ปรัชญา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กฎหมาย เป็นต้น  นอกจากนี้ ยังถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ เพียงแต่      รูปแบบของการให้เหตุผลนั้น  มักจะละไว้ในฐานที่เข้าใจ  และเพื่อเป็นความรู้พื้นฐานสำหรับ      ผู้ศึกษาที่จะนำไปใช้และศึกษาต่อไป  จึงจะกล่าวถึงตรรกศาสตร์และการให้เหตุผลเฉพาะส่วนที่   จำเป็นและสำคัญเท่านั้น


เมื่อความคิดของ คนเราถูกชักนําจนสะดุด
ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผล
แห่งเรื่องราว ที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ " ตรรก "

จะหาตรรกได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก " พันธนาการของความเคยชิน "
หลบเลี่ยงจาก " กับดักทางความคิด "
หลีกหนีจาก " สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง "
ขจัด " ทิฐิแห่งกมลสันดาน "

จะหา ตรรก ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด
ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้

(ขอบคุณ aethailand.com อยากคิดแบบ "ตรรกะ" เป็นรึป่าว )

ข้อ 1 สาวสวย 3 คน ความจริงแล้วคนหนึ่งเป็น " นางฟ้า " คนหนึ่งเป็น " ปีศาจ  " และอีกคนหนึ่งเป็น "มนุษย์ "  ซึ่ง " นางฟ้า " จะพูดแต่ความจริงเสมอ  ส่วน  " ปีศาจ  " นั้นพูดแต่ความเท็จ และ "มนุษย์ " จะพูดจริงบ้างเท็จบ้าง แล้วแต่สถานการณ์ ปรากฏว่า

 หญิงสาวผมสีดำพูดว่า            " เราคือมนุษย์ "
 หญิงสาวผมสีบรอนซ์พูดว่า    " เราคือนางฟ้า "  
 หญิงสาวผมสีทองพูดว่า         " เราคือปีศาจ "
ใครพูดโกหกใครพูดจริง และใครเป็นใคร

--------------------------------------------------------------------------------

ข้อ 2  มีคน 6 คน คือ A-F นั่งล้อมวงรอบโต๊ะตัวหนึ่ง โดย
1. A นั่งข้างขวาของ B แต่เว้นไป 1 คน
2. C  นั่งประจันหน้ากับ D
3. E นั่งข้างซ้ายของ F แต่เว้นไป 1 คน
ถึงตอนนี้  ถามว่า ถ้า F ไม่ได้นั่งข้าง  D แล้วละก็ ข้างขวาของ A  คือใคร

---------------------------------------------------------------------------------

 ข้อ 3  ถ้ามีรถแข่ง402เมตร ของนาย A  และ นาย B กำลังจะลงแข่งกัน  รายละเอียด มีอยู่ว่า

- รถนายA เป็นเครื่องยนต์ 1800 CC เกียร์ AT
- รถนายB เป็นเครื่องยนต์ 1600 CC เกียร์ MT
- นายA มีประสบการณ์ ไม่มากกว่า นายB เลย 
- นายB มีประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า นายA มาหลายปี
- นายA เคยได้ถ้วยที่1ในระดับเดียวกัน 1 ครั้ง
- นายB ได้ถ้วยในการแข่งทุกระดับชั้น หลายครั้ง
- ในการแข่งระดับ 1800 CC เวลาที่ดีที่สุด 15.53 วิ
- ในการแข่งระดับ 1600 CC เวลาแย่ที่สุดคือ 17.75 วิ
- ความเร็วลมในขณะนั้น 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้านลม
- บอดี้ 1800 CC ใหญ่กว่า
- แข่ง 1 ครั้ง จับเวลา ET

อยากถามว่า  นายA หรือ นายB จะชนะการแข่งครั้งนี้




thank for :http://com-ace.blogspot.com/